การสอนเรื่องความมีน้ำใจและการแบ่งปันให้กับลูก

การมีน้ำใจและการแบ่งปันเป็นคุณสมบัติที่สำคัญที่เด็กควรได้รับการปลูกฝังตั้งแต่เล็ก มีผลวิจัยรายงานว่าเด็กที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อผู้อื่นจะส่งผลให้สุขภาวะของเด็กทั้งกาย อารมณ์ และจิตใจ เมื่อเด็กได้ช่วยผู้อื่น ร่างกายจะหลั่งสารที่กระตุ้นสมองส่วนที่เชื่อมโยงความสุข ทำให้เด็กมองโลกในแง่ดี คุณพ่อคุณแม่จึงมีบทบาทสำคัญในการปลูกฝังให้ลูกรู้จักมีน้ำใจและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ผู้อื่น

กิจกรรมแนะนำเพื่อสอนให้ลูกรู้จักการแบ่งปัน

1.      การแบ่งขนมหรือของเล่นกับเพื่อน

ให้ลูกได้ฝึกแบ่งขนมหรือของเล่นให้เพื่อน โดยอธิบายว่าการแบ่งปันทำให้ทุกคนมีความสุขร่วมกัน

เมื่อลูกแบ่งของเล่นหรือขนมให้ผู้อื่น คุณพ่อคุณแม่ควรชื่นชม เพื่อให้ลูกเข้าใจว่าสิ่งที่เขาทำนั้นถูกต้อง

2.      การช่วยเหลืองานบ้านหรือช่วยเหลือผู้อื่น

ฝึกให้ลูกมีนิสัยช่วยเหลือ เช่น การช่วยคุณพ่อคุณแม่เก็บจานหลังทานข้าว หรือช่วยเพื่อนถือของ

การให้ลูกทำงานเป็นทีมจะช่วยให้เขาเข้าใจถึงความร่วมมือและความรับผิดชอบ

3.      การบริจาคของเล่นหรือเสื้อผ้าที่ไม่ใช้แล้ว

ชวนลูกเลือกของเล่นหรือเสื้อผ้าที่เขาไม่ได้ใช้แล้วไปบริจาคให้เด็กที่ขาดแคลน และอธิบายให้ลูกเข้าใจว่าของเหล่านี้จะช่วยให้เด็กคนอื่นมีความสุขเช่นเดียวกับเขา

4.      การเล่านิทานเกี่ยวกับความมีน้ำใจ

นิทานเป็นเครื่องมือที่ดีในการสอนเด็ก เช่น "ลูกหมูสามตัว" ที่แสดงให้เห็นถึงการช่วยเหลือกัน หรือ "หนูน้อยหมวกแดง" ที่สอนเรื่องความเมตตา หลังจากเล่านิทาน ควรถามลูกว่า "ถ้าลูกเป็นตัวละครนี้ ลูกจะช่วยเหลือเพื่อนอย่างไร?" เพื่อให้เขาได้คิดและฝึกการเอาใจเขามาใส่ใจเรา

5.      การเล่นบทบาทสมมติ

ให้ลูกลองเล่นเป็นหมอคอยดูแลคนไข้ หรือเป็นครูที่ช่วยสอนเพื่อน การเล่นบทบาทสมมติจะช่วยให้ลูกเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น และพัฒนาความเมตตา

6.      การพูดและแสดงความห่วงใย

สอนให้ลูกพูดคำง่ายๆ เช่น "ขอบคุณ" "ไม่เป็นไร" หรือ "ให้ฉันช่วยไหม?" เพื่อให้เขาคุ้นเคยกับการแสดงน้ำใจผ่านคำพูด ให้ลูกฝึกสังเกตความต้องการของผู้อื่น เช่น ถ้าเห็นเพื่อนทำของตก ก็ควรช่วยเก็บ

วิธีที่คุณพ่อคุณแม่จะฝึกให้ลูกมีน้ำใจในชีวิตประจำวัน

1.  เป็นแบบอย่างที่ดี

ลูกจะเรียนรู้จากสิ่งที่เห็นมากกว่าสิ่งที่ได้ยิน หากคุณพ่อคุณแม่แสดงความมีน้ำใจต่อกัน เช่น การช่วยเหลือเพื่อนบ้าน หรือการแบ่งขนมให้คนอื่น ลูกก็จะทำตามโดยธรรมชาติ

2.  ให้รางวัลทางบวก

เมื่อลูกแสดงน้ำใจ ควรให้คำชม เช่น "แม่ดีใจที่ลูกช่วยน้องเก็บของเล่น" เพื่อให้เด็กเห็นคุณค่าของการกระทำดี

3.  อธิบายว่าทำไมการแบ่งปันถึงสำคัญ

แทนที่จะบังคับลูกให้แบ่งของเล่น ควรอธิบายว่าการแบ่งปันช่วยให้ทุกคนมีความสุข

4.  ไม่บังคับให้แบ่งปันตลอดเวลา

บางครั้งเด็กอาจต้องการพื้นที่ส่วนตัว หากเขายังไม่พร้อมที่จะแบ่งของเล่น ควรให้เวลาหรือชวนเขาคิดถึงความรู้สึกของเพื่อนก่อน

สุดท้ายนี้การมีน้ำใจและการแบ่งปันเป็นคุณค่าที่ช่วยให้เด็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีจิตใจดีงาม คุณพ่อคุณแม่สามารถสอนลูกให้เรียนรู้สิ่งเหล่านี้ผ่านกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ด้วยการเป็นแบบอย่างที่ดี และส่งเสริมให้ลูกได้สัมผัสประสบการณ์การช่วยเหลือผู้อื่นด้วยตัวเอง การให้ที่แท้จริงไม่จำเป็นต้องเป็นของชิ้นใหญ่ แต่เป็นการให้จากใจที่สร้างความสุขทั้งกับผู้ให้และผู้รับ

ด้วยความห่วงใย จาก Kiddy Balm